หน้าแรก
       ประวัติความเป็นมา
       สภาพขอมูลพื้นฐาน
       อำนาจหน้าที่
       โครงสร้างและการจัดการองค์กร
       วิสัยทัศน์ / พันธกิจ
       นโยบายการบริหารงาน
       คณะผู้บริหาร
       สภาเทศบาลตำบลนาโพธิ์
       ข้าราชการประจำ
       หน่วยงานในเทศบาล
           ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก
           สำนักปลัด
           กองคลัง
           กองช่าง
           กองการศึกษา
           กองสวัสดิการสังคม
           กองวิชาการและแผนงาน
           กองสาธารณสุข
           กองการประปา
       แผนพัฒนาตำบล
           แผนพัฒนาสามปี
           แผนยุทธศาสตร์การพัฒนา
           การประเมินผลแผนพัฒนา
           แผนดำเนินการประจำปี
       ข้อบัญญัติ เทศบาล
       รายงาน
           รายงานการคลัง
           รายงานผลการดำเนินงาน
           รายงานการประชุมสภา
           รายงานการประชุมบริหาร
           รายงานการประชุมพนักงาน
           รายงานการประชุมลูกจ้าง
       จัดซื้อจัดจ้าง
           ประกาศจัดซื้อจัดจ้าง
           สรุปผลการจัดซื้อจัดจ้าง
       ข่าวประชาสัมพันธ์
       การลดขั้นตอนกระบวนงาน
       ประมวลภาพกิจกรรม
       แผนที่ดาวเทียม
       ดาวน์โหลดแบบฟอร์ม

หนังสือพิมพ์
สถานีโทรทัศน์
กระทรวงต่างๆ
จังหวัดทั่วไทย
เว็บช่วยค้นหา
เว็บเพื่อนบ้าน

 

   

      งานทะเบียนราษฎร

      หน้าที่รับผิดชอบที่เกี่ยวข้องเจ้าบ้านคือใคร
      เจ้าบ้านคือ ผู้ซึ่งเป็นหัวหน้าครอบครัว บ้าน ในฐานะเป็นเจ้าของ ผู้เช่าหรือฐานะอื่นก็ตาม ถ้าบ้านหลังนั้นไม่รู้ว่า ใครเป็นเจ้าบ้านหรือคนที่เป็นเจ้าบ้านไม่อยู่ ตาย สูญหาย หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ คนที่ดูแลบ้านหรือที่อยู่ในบ้านขณะนั้นเป็นเจ้าบ้าน

     หน้าที่ของเจ้าบ้าน กฎหมายทะเบียนราษฎร ได้กำหนดให้เจ้าบ้านมีหน้าที่ต้องแจ้งต่อนายทะเบียนในเรื่องต่อไปนี้ คือ
1. มีคนเกิดในบ้าน
2. มีคนตายในบ้าน
3. มีคนย้ายออก-ย้ายเข้าในบ้านหลังนั้น
4. มีการปลูกสร้างบ้านใหม่หรือรื้อถอนบ้าน หากไม่แจ้งจะถือว่ามีความผิดตามกฎหมาย

     คนที่จะทำหน้าที่เป็นเจ้าบ้าน โดยปกติแล้วเมื่อมีการแจ้งต่อนายทะเบียน นายทะเบียนก็จะตรวจสอบดูว่าคนไปแจ้งนั้นเป็นเจ้าบ้านหรือไม่ โดยดูจาก

  1.บัตรประจำตัวของคนแจ้งพร้อมทะเบียนบ้านที่นำไปแสดงว่า คนที่ไปแจ้งมีชื่อในทะเบียนบ้านและในช่องรายการระบุว่าเป็น "เจ้าบ้าน" หรือไม่
  2. ถ้าไม่ใช่บุคคลตามข้อ 1 ก็จะตรวจดูว่าคนที่ไปแจ้งมีชื่อปรากฏในทะเบียนบ้านนั้นหรือไม่ ถ้ามีก็จะบันทึกปากคำไว้เป็นหลักฐานถึงสาเหตุ ที่ไปแจ้งแทนเจ้าบ้าน กรณีที่มีผู้มีชื่อในทะเบียนบ้านเป็นผู้เยาว์หรือเสมือนไร้ความสามารถ ให้ผู้ปกครองตามกฎหมายเป็นผู้ทำหน้าที่แทน
  3. แต่ถ้าบ้านหลังนั้นเป็นบ้านว่างไม่มีใครมีชื่อในทะเบียนบ้าน หากคนที่ครอบครองดูแลบ้านอยู่ขณะนั้นไปแจ้ง นายทะเบียนก็จะบันทึกปากคำไว้และดำเนินการรับแจ้งให้เท่านั้น การมอบหมาย กรณีคนที่มีชื่อและรายการในทะเบียนบ้านระบุว่า เป็นเจ้าบ้าน ไม่ได้ไปแจ้งด้วยตนเองหรือไม่ได้ให้ คนที่มีชื่อในทะเบียนบ้านเดียวกับคนไปแจ้งแต่จะมอบหมายให้บุคคลอื่นไปแจ้งแทน ก็จะต้องให้ผู้ได้รับมอบหมายให้บุคคลอื่นไปแจ้งแทน ก็จะต้องให้ผู้ได้รับมอบหมายนำเอกสารต่อไปนี้แสดงต่อนายทะเบียนด้วยคือ

1. สำเนาภาพถ่ายบัตรประจำตัวของเจ้าบ้านผู้มอบหมาย จะต้องเซ็นต์รับรองสำเนาไว้ด้วย
2. บัตรประจำตัวของผู้แจ้ง
3. สำเนาทะเบียนบ้านของเจ้าบ้าน
4. หนังสือมอบหมายจากเจ้าบ้าน
    หมายเหตุ เอกสารที่จะนำมาติดต่อกับนายทะเบียนนั้น นอกจากจะนำหลักฐานเกี่ยวกับการเป็นเจ้าบ้าน หรือเป็นผู้ได้รับมอบหมายแทนเจ้าบ้าน ตามที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว จะต้องนำเอกสารอย่างอื่นมาแสดงด้วยตามที่ได้ อธิบายไว้ในเอกสารแผ่นพับในเรื่องนั้น ๆ เช่น การแจ้งการเกิด การแจ้งการตาย การแจ้งการย้ายที่อยู่ การแจ้ง การปลูกบ้าน รื้อถอนบ้าน เป็นต้น

   การแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในเอกสารทะเบียนราษฎร

   หลักฐานการทะเบียนราษฎร เป็นข้อมูลสำคัญทางการปกครองและการวางแผนในการพัฒนา ประเทศและยังเป็นหลักฐานในการใช้พิสูจน์ตัวบุคคล เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของประเทศ รวมถึงการรักษาสิทธิของประชาชน ซึ่งปัจจุบันประเทศไทย มีประชากรทั้งสิ้นกว่า 56 ล้านคน เอกสารทะเบียนราษฎรที่ทางราชการมอบให้แก่ประชาชนย่อมอาจมีข้อผิดพลาดในรายการ ก็พยายามหาวิธีแก้ไขข้อผิดพลาดดังกล่าวให้ถูกต้องตามความเป็นจริงเสมอ แต่ทั้งนี้คงต้องขอความร่วมมือและขอความช่วยเหลือจากประชาชนในเรื่องการตรวจสอบเอกสารการทะเบียนราษฎรด้วย โดยเฉพาะสำเนาทะเบียนบ้าน (ฉบับเจ้าบ้าน) หากพบข้อผิดพลาดไม่ตรงกับความเป็นจริง ขอได้กรุณาแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบเพื่อดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องต่อไป

   เอกสารการทะเบียนราษฎรที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน
1. ทะเบียนบ้าน และสำเนาทะเบียนบ้าน
2. สูติบัตร และทะเบียนคนเกิด
3. มรณบัตร และทะเบียนคนตาย
4. ใบแจ้งการย้ายที่อยู่

   สถานที่รับคำร้องและผู้มีหน้าที่รับคำร้อง

1. ผู้ที่มีภูมิลำเนาตามทะเบียนบ้าน อยู่นอกเขตเทศบาลให้ยื่นคำร้องต่อนายทะเบียนอำเภอ ณ ที่ว่าการอำเภอหรือกิ่งอำเภอ
2. ผู้ที่มีภูมิลำเนาตามทะเบียนบ้าน อยู่ในเขตเทศบาลหรือกรุงเทพมหานคร ให้ยื่นคำร้องต่อนายทะเบียนท้องถิ่น ณ สำนักงานเทศบาลหรือสำนักงานเขต การขอแก้ไขรายการในเอกสารทะเบียนราษฎร

   เมื่อพบข้อผิดพลาดในเอกสารการทะเบียนราษฎร ให้ดำเนินการดังนี้
  1. ยื่นคำร้องตามแบบที่กำหนดต่อนายทะเบียน โดยไม่เสียค่าธรรมเนียม " เอกสารการทะเบียนราษฎรสามารถแก้ไขได้ โดยอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง กรุณาไปพบเจ้าหน้าที่อย่าแก้ไขด้วยตนเอง "

  2. นำหลักฐานเอกสารที่ทางราชการออกให้ไปแสดง เช่น

 - เอกสารการทะเบียนราษฎร
 - หนังสือรับรองการเกิดหรือการตายที่สถานพยาบาลออกให้
 - สำเนาทะเบียนนักเรียน หรือใบสุทธิ หรือประกาศนียบัตร
 - หลักฐานการขึ้นทะเบียนทหาร (ส.ด.9)
 - หลักฐานการสมรสหรือการหย่า
 - ใบสำคัญเปลี่ยนชื่อตัว หรือชื่อสกุล
 - บัตรประจำตัว
 - หนังสือเดินทาง
 - ใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าว

   3. กรณีที่นายทะเบียนพิจารณาแล้วเห็นว่า พยานเอกสารยังไม่เพียงพอแก่การวินิจฉัย อาจขอให้มีพยานบุคคลไปให้ถ้อยคำเพิ่มเติมได้ ซึ่งจะเห็นใครก็แล้วแต่ผู้ร้องหรือนายทะเบียนจะขอให้ไปให้ถ้อยคำ

   วิธีการแก้ไข เมื่อนายทะเบียนได้รับคำร้องและพยานหลักฐานต่าง ๆ ที่ผู้ร้องนำไปแสดงแล้วจะดำเนินการดังนี้

  1. กรณีที่ผู้ร้องมีเอกสารราชการมาแสดงเพื่อขอให้แก้ไข เป็นอำนาจของนายทะเบียนที่จะพิจารณา แก้ไขได้เมื่อเห็นว่าเชื่อถือได้
  2. กรณีที่ผู้ร้องไม่มีเอกสารราชการมาแสดง เป็นอำนาจของนายอำเภอที่จะพิจารณาแก้ไขให้ โดยนายทะเบียนจะเป็นผู้รวบรวม เรื่องและความเห็นเสนอผ่านตามลำดับขั้น
  3. กรณีเป็นการแก้ไขเกี่ยวกับรายการสัญชาติ หากเป็น

     3.1 การแก้ไขจากสัญชาติอื่นเป็นสัญชาติไทย เป็นอำนาจของนายอำเภอเป็นผู้พิจารณาแก้ไข
     3.2 การแก้ไขจากสัญชาติไทยเป็นสัญชาติอื่น เป็นอำนาจของนายทะเบียนเป็นผู้พิจารณาแก้ไข

    การแจ้งการเกิด

   เมื่อมีเด็กเกิดใหม่ ผู้มีหน้าที่ต้องแจ้งเกิดให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพราะสูติบัตรเป็นหลักฐานที่ทาง ราชการออกให้เพื่อให้พิสูจน์ทราบตัวบุคคล และใช้เป็นหลักฐานอ้างอิงเรื่องสิทธิต่าง ๆ หากผู้มีหน้าที่ไม่แจ้งการเกิดต้องมีความผิดตามกฎหมาย มีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท

    หน้าที่ของผู้แจ้งการเกิด

  1. เมื่อมีคนเกิดในบ้านให้เจ้าบ้าน หรือบิดา หรือมารดา หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้แจ้งต่อนายทะเบียนผู้รับแจ้งท้องที่ที่เกิดภายใน 15 วัน
  2. เมื่อมีคนเกิดนอกบ้าน ให้บิดา หรือมารดา หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้แจ้งต่อนายทะเบียนแห่งท้องที่เกิด หรือท้องที่ที่พึ่งแจ้งได้ใน 15 วันเกิด นับแต่วันเกิด หรือในกรณีจำเป็นไม่อาจแจ้งได้ตามกำหนด ให้แจ้งภายหลังได้ แต่ต้องไม่เกิน 30 วัน (เฉพาะในเขตทุรกันดาร)สถานที่รับแจ้งการเกิด และผู้มีหน้าที่รับแจ้งการเกิด
     1. กรณีคนเกิดนอกเขตเทศบาล ณ ท้องที่ใดให้ผู้มีหน้าที่แจ้งการเกิดแจ้งต่อนายทะเบียน ผู้รับแจ้งคือ กำนัน หรือผู้ใหญ่บ้านในท้องที่นั้น หรือ ปลัดอำเภอ หรือผู้ช่วยนายทะเบียน ณ ที่ว่าการอำเภอ หรือ กิ่งอำเภอนั้น
     2. กรณีคนเกิดในเขตเทศบาลใด ให้ผู้มีหน้าที่แจ้งการเกิดต่อนายทะเบียนท้องถิ่น ณ สำนักงานเทศบาลนั้น
     3. กรณีมีคนเกิดในกรุงเทพมหานคร ให้ผู้มีหน้าที่แจ้งการเกิดต่อนายทะเบียนท้องถิ่น ณ สำนักงานเขตนั้น
การแจ้งการเกิด ผู้แจ้งการเกิดควรดำเนินการดังนี้

    1. ให้แจ้งชื่อของเด็กเกิดใหม่พร้อมกับการแจ้งเกิดและแจ้งชื่อสกุลด้วย พร้อมสำเนาทะเบียนบ้านที่จะเพิ่มชื่อเด็ก
    2. แจ้งวัน เดือน ปี และสถานที่เกิด ถ้ามีหนังสือรับรองการเกิดจาก สถานพยาบาลให้นำไปแสดงด้วย
    3. แจ้งชื่อตัว ชื่อสกุล สัญชาติ และที่อยู่ของบิดาและมารดาเด็ก
    4. แจ้งชื่อตัว ชื่อสกุล และที่อยู่ของผู้แจ้งการเกิดตามหลักฐาน สำเนาทะเบียนบ้านหรือบัตรประจำตัวที่นำไปแสดง
วิธีการแจ้งการเกิดเมื่อนายทะเบียนได้รับแจ้งการเกิดจากผู้มีหน้าที่แล้ว จะตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารหลักฐานที่นำไปแสดง เมื่อเห็นว่าถูกต้อง จะส่งรายการต่าง ๆในสูติบัตร (ตอนที่ 1) ให้แก่ผู้แจ้งไว้เป็นหลักฐาน

วิธีการแจ้งการเกิดเกินกำหนด หมายถึง กรณีมีคนเกิด แต่ไม่ได้แจ้งการเกิดภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด กรณีนี้ ให้ผู้แจ้งการ เกิดยื่นคำร้องต่อนายทะเบียนอำเภอ หรือนายทะเบียนท้องถิ่น แห่งท้องที่ที่มีการเกิด

    วิธีการรับแจ้งการเกิดเกินกำหนดเวลา

1. เมื่อนายทะเบียนได้รับคำร้องแล้ว จะตรวจสอบคำร้องและเอกสารที่ผู้แจ้งนำไปแสดง และดำเนินการเปรียบเทียบคดีความผิดตามที่กฎหมายกำหนด
2. สอบสวนสาเหตุจากพยานบุคคลเพื่อให้ทราบสาเหตุที่ไม่แจ้งการเกิดภายในเวลาที่กำหนด

     การแจ้งการตาย

ความตายเป็นเรื่องที่คุณไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ และไม่ทราบได้ว่าตนเองจะตายเมื่อไร ฉะนั้น เพื่อความรอบคอบเกี่ยวกับเรื่องนี้ และถือเป็นหน้าที่จะต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย จึงควรทราบขั้นตอนเกี่ยวกับการแจ้งการตาย เพราะฝ่าฝืนมีความผิดมีโทษไม่เกิน 1,000 บาท

     หน้าที่ของผู้แจ้งการตาย

1.เมื่อมีคนตายในบ้าน ให้เจ้าบ้านเป็นผู้แจ้งต่อนายทะเบียน ผู้รับแจ้งแห่งท้องที่ที่มีคนตายภายใน 24 ชั่วโมง นับแต่เวลาตาย ในกรณีไม่มีเจ้าบ้านให้ผู้พบศพแจ้งภายใน 24 ชั่วโมง นับแต่เวลาพบศพ
2. เมื่อมีคนตายนอกบ้าน ให้ผู้ที่ไปกับผู้ตายหรือผู้พบศพ เป็นผู้แจ้งต่อนายทะเบียนผู้รับแจ้งแห่ง ท้องที่ที่จะพึงแจ้งได้ภายใน 24 ชั่วโมง นับแต่เวลาตายหรือพบศพ ในกรณีนี้จะแจ้งต่อพนักงานฝ่ายปกครอง หรือ ตำรวจก็ได้

     สถานที่รับแจ้งการตายและผู้มีหน้าที่รับแจ้งการตา

1. กรณีมีคนตายนอกเขตเทศบาล ณ ท้องที่ใดให้ผู้มีหน้าที่แจ้งการตายต่อนายทะเบียนผู้รับแจ้ง คือ กำนันหรือผู้ใหญ่บ้านในท้องที่นั้น หรือ ปลัดอำเภอ หรือผู้ช่วยนายทะเบียน ณ ที่ว่าการอำเภอหรือกิ่งอำเภอนั้น
2. กรณีมีคนตายในเขตเทศบาล ให้ผู้มีหน้าที่แจ้งการตายต่อนายทะเบียนท้องถิ่น ณ สำนักงานเทศบาลนั้น
3. กรณีมีคนตายในกรุงเทพมหานคร ให้ผู้มีหน้าที่แจ้งการตายต่อนายทะเบียนท้องถิ่น ณ สำนักงานเขตนั้น

     การแจ้งการตาย

  1. แจ้งชื่อตัว ชื่อสกุล และที่อยู่ของผู้ตายตามหลักฐานสำเนาทะเบียนบ้าน หรือบัตรประจำตัวที่นำไปแสดง (ถ้ามี)
  2. แจ้ง วัน เดือน ปี และสถานที่ตายพร้อมสาเหตุการตาย ถ้ามีหนังสือรับรองการตายจากสถานพยาบาลให้นำไปแสดงด้วย และถ้าทราบชื่อสกุลของบิดามารดาของผู้ตาย ให้แจ้งต่อนายทะเบียนด้วย
  3. แจ้งการดำเนินการเกี่ยวกับศพของผู้ตายด้วย จะเก็บ ฝัง เผา ทำลาย หรือย้ายศพ ที่ไหน เมื่อไร แจ้งชื่อตัว ชื่อสกุล และที่อยู่ ของผู้แจ้งการตายตามหลักฐานสำเนาทะเบียนบ้าน หรือบัตรประจำตัวทีนำไปแสดง

  วิธีการรับแจ้งการตาย เมื่อนายทะเบียนได้รับแจ้งการตายจากผู้มีหน้าที่แล้ว จะตรวจสอบความถูกต้องของเอกสาร หลักฐานที่นำไปแสดง เมื่อเห็นว่าถูกต้อง จะลงรายการต่าง ๆ ในมรณบัตร และให้ผู้แจ้งลงลายมือชื่อในมรณบัตร พร้อมมอบมรณบัตร (ตอนที่ 1) ให้แก่ผู้แจ้งไว้เป็นหลักฐาน

  การแจ้งการตายเกินกำหนดเวลา หมายถึง กรณีคนตายแต่ไม่ได้แจ้งการตายภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด กรณีนี้ให้ผู้แจ้งการตายยื่นคำร้องต่อนายทะเบียนอำเภอ หรือนายทะเบียนท้องถิ่นแห่งท้องที่ที่มีการตายหรือพบศพ

   วิธีการรับแจ้งการตายเกินกำหนดเวลา

   1. เมื่อนายทะเบียนได้รับคำร้องแล้วจะตรวจสอบคำร้องและเอกสารที่ผู้แจ้งนำไปแสดง แล้วดำเนินการเปรียบเทียบคดีความผิดตามที่กฎหมายกำหนด
   2. สอบสวนสาเหตุจากพยานบุคคลเพื่อให้ทราบถึง วัน เดือน ปี ที่ตาย สถานที่ตายและผู้รู้เห็นการตาย ตลอดจนสาเหตุที่ไม่แจ้งการตายภายในเวลาที่กำหนด
   3. รวบรวมหลักฐานและพิจารณา เมื่อเห็นว่าเชื่อถือได้จะสั่งอนุญาตให้แจ้งได้ และดำเนินการต่อไป

    กรณีมีการตายแต่ยังไม่พบศพ ให้เจ้าบ้านหรือผุ้ที่ไปกับผู้ตายแจ้งต่อนายทะเบียนหรือเจ้าพนักงานฝ่ายปกครอง หรือตำรวจ เพื่อดำเนินการต่อไปหมายเหตุ การแจ้งการตายไม่เสียค่าธรรมเนียมแต่อย่างใด
 
 

Copyright © เทศบาลตำบลนาโพธิ์  2009  All rights reserved
Design by Veeravich Thanonratanan